ภาษาไทย | English

หมวดหนังสือ -> วิทยานิพนธ์ -> ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์บริษัทประกันวินาศภัยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



อ่านหนังสือ   ยืมหนังสือ
ผู้แต่ง วรรธนะ วิรัสยางคกุล
สำนักพิมพ์ สำนักพิมพ์หอการค้าไทย
ชนิดหนังสือ­ วิทยานิพนธ์ / IS ม.หอการค้าไทย
หมวดหนังสือ­ วิทยานิพนธ์
หัวเรื่อง  อัตราผลตอบแทน
รหัสหนังสือ­ 09001682
เลข ISBN 0
ปีที่นำเข้า 2016-08-03
จำนวนหน้า 178
จำนวนหนังสือ 4 เล่ม
รายละเอียด การศึกษาเรื่องปัจจัยทีมี่ ผลต่ออัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์บริษัทประกันวินาศภัยที่ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้นที่ใช้ใน การศึกษา มีจํานวน 5 ตัวแปร ได้แก่ อัตราผลตอบแทนของดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย ดัชนีความเชือมั่่นทางธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงของดัชนีการลงทุนภาคเอกชน การ เปลี่ยนแปลงของจํานวนกรมธรรม์ประกันภัย และการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการจําหน่าย รถยนต์นั่ง และรถจักรยายนต์ การศึกษาใช้วิธีวิธีการทางเศรษฐมิติในการสร้างสมการถดถอย เชิงซ้อนด้วยวิธีกําลังสองน้อยที่สุด ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาใช้ข้อมูลทุติยภูมิรายเดือน ตั้งแต่ เดือน มกราคม 2552 - ธันวาคม 2556 รวมระยะเวลา 60 เดือน และทดสอบสมมติฐานที่ระดับ นัยสําคัญสถิติที่ 0.05 (Significance Level 0.05) วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่ออัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์บริษัทประกันวินาศภัยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และศึกษาทิศทางความสัมพันธ์ ระหว่างปัจจัยกับอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์บริษัทประกันวินาศภัยที่จดทะเบียนในตลาดั หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากการศึกษาพบว่าอัตราผลตอบแทนของดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีผล ต่อ หลักทรัพย์ AYUD BKI MTI SMG และ TIC และมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งตรง กับสมมติฐานทีตั้่งไว้ ดัชนีความเชือมั่่นทางธุรกิจมีผลต่อหลักทรัพย์ BKI CHARAN SMG SMK และ TIP และมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ การเปลี่ยนแปลง ของดัชนีการลงทุนภาคเอกชนมีผลต่อหลักทรัพย์ BKI CHARAN และ TIC และมีความสัมพันธ์ ในทิศทางตรงข้าม ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ อัตราการเปลี่ยนแปลงของจํานวนกรมธรรม์ ประกันภัยมีผลต่อหลักทรัพย์ INSURE และมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งไม่ตรงกับ สมมติฐานที่ตั้งไว้ เนื่องจากในช่วงปี 2554 ถึงต้นปี 2555 ประเทศไทยเกิดมหาอุทกภัยทั่วทั้ง ประเทศ มีความเสียหายเกิดขึ้นประมาณ 1.44 ล้านล้านบาท เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อธุรกิจประกันวินาศภัย เนื่องจากบริษัทประกันวินาศภัยจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ ที่ทําประกันภัยไว้กับบริษัท ซึ่งผลประกอบการตามงบการเงิน ณ สิ้นปี 2554 ของบริษัทอินทร ประกันภัย มีผลการดําเนินงานขาดทุน 49.76 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงลดลงถึง 275% จากปี 2553 (ปี 2553 บริษัทอินทรประกันภัย มีผลกําไรสุทธิ 28.4 ล้านบาท) ในขณะที่เบี้ยประกันภัย รับโดยตรงของบริษัทอินทรประกันภัยในปี 2554 มีการเติบโตขึ้น 12.94% จากปี 2553 ซึ่งการ รับประกันภัยส่วนใหญ่ของบริษัทอิทรประกันภัย จํากัด (มหาชน) เป็นการรับประกันภัยประเภท เบ็ดเตล็ด และอัคคีภัย (ร้อยละ 40 และ 19) ทีมี่ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนค่อนข้างสูง ซึ่งการที่ เบี้ยประกันภัยรับโดยตรงของบริษัทเพิ่มขึ้นย่อมแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการรับประกันภัยที่ สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้จํานวนกรมธรรม์ของบริษัทสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงส่งผลให้บริษัทมีผลการ ดําเนินงานขาดทุนเกิดขึ้นในช่วงปี 2554 - 2555 เนื่องจากต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอา ประกันภัยที่ประสบปัญหาอุทกภัยภายในประเทศเป็นจํานวนที่สูงขึ้น และอัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการจําหน่ายรถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์มีผลต่อหลักทรัพย์ BKI และมี ความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้.
 

คะแนนหนังสือ :
  ให้คะแนน
แสดงความเห็น
หัวข้อ
รายละเอียด
 
 
 
     แสดงความเห็น

10.7.100.10