ภาษาไทย | English

หมวดหนังสือ -> วิทยานิพนธ์ -> การเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาระบบความปลอดภัยของคลังวัตถุดิบ กรณีศึกษา บริษัทเอคโค โคท จำกัด



อ่านหนังสือ   ยืมหนังสือ
ผู้แต่ง สรณ อวยพร
สำนักพิมพ์ สำนักพิมพ์หอการค้าไทย
ชนิดหนังสือ­ วิทยานิพนธ์ / IS ม.หอการค้าไทย
หมวดหนังสือ­ วิทยานิพนธ์
หัวเรื่อง วัตถุดิบ.
รหัสหนังสือ­ 09001693
เลข ISBN 0
ปีที่นำเข้า 2016-08-03
จำนวนหน้า 107
จำนวนหนังสือ 4 เล่ม
รายละเอียด บริษัท เอคโค โคท จา กัด เป็นบริษัทผู้ผลิตสีอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สีสูตรน้ําที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผู้วิจัยพบว่าสภาพปัจจุบันที่เกิดขึ้นของบริษัทคือ การจัดวางวัตถุดิบในคลังยังไม่เหมาะสม ทําให้เสียเวลาในการค้นหา อีกทั้งพบว่าภายในบริเวณพื้นที่ในส่วนของการผลิตในโรงงานมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความปลอดภัยในการทํางาน และพบปัญหาการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบยังไม่ครอบคลุมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการนําวัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพในคลังมาใช้ จากกระบวนการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบพบว่าวัตถุดิบที่เป็นประเภทของกาว เมื่อนาออกมาใช้งานหลังจากเก็บไว้เป็นเวลา 3 เดือน เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพคือ มีความหนืดของกาวที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เมื่อนําไปผลิตความหนืดของสีที่ได้เกินกว่าค่าที่กําหนดไว้ ทําให้เกิดมูลค่าความเสียหายสูงถึง 245,000บาทต่อครั้งของการผลิต ผู้วิจัยจึงได้ทําการศึกษาเกี่ยวกับ 1. กระบวนการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ 2.กระบวนการจัดการคลังสินค้า และ 3. การจัดการ ระบบความปลอดภัยในโรงงาน จึงได้ทําการศึกษาและพบว่าจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพคลังวัตถุดิบ ดังนี้ 1.กระบวนการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ โดยเพิ่มการตรวจสอบการผลิตของและการจัดเก็บสินค้าของ Supplier โดยใช้หัวข้อการตรวจตาม ISO 9001 และผู้วิจัยได้ลงไปทํางานร่วมกับ Supplier โดยได้มีการกําหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ร่วมกับ Supplier และกําหนดให้ Supplier มีการรายงานผลในทุก Lot ของการผลิต รวมทั้งกําหนดการป้องกันภายในของโรงงาน ด้วยการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบก่อนการนํามาใช้งานทุกครั้ง ซึ่งหลังจากกําหนดการป้องกัน กันดังกล่าว พบว่าสามารถป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้และทําให้ลดความเสี่ยงในการสูญเสียค่าใช้จ่ายได้ถึง 50% 2. กระบวนการจัดการคลังสินค้า ผู้วิจัยทําการแบ่งกลุ่มวัตถุดิบ ตามการเคลื่อนไหวให้เป็นแบบ FIFO ดูจากข้อมูลการรับเข้าและการเบิกใช้วัตถุดิบในโรงงาน ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย. ปี 57 และรวมถึงการทําป้ายชื่อ (Tag) เพื่อระบุประเภทของวัตถุดิบ จากการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการปรับปรงุ พบว่าสามารถลดเวลาในการค้นหาและนําวัตถุดิบ ออกมาใช้งานได้เร็วเพิ่มขึ้นถึง 30% กล่าวคือ ก่อนปรับปรุงใช้เวลา 17.83 ชม. และหลังปรับปรุงเวลาลดลงเหลือ 12.51 ชม. 3.การจัดการระบบความปลอดภัยในโรงงาน ได้กําหนดมาตรการด้านความปลอดภัยดังนี้ การตรวจสอบอุปกรณ์ Safety ของพนักงาน, ตรวจสอบเครื่องจักรและการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเครื่องจักร, ติดตั้งแนวป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีลง สู่แหล่งน้ําธรรมชาติ, กําหนดเส้นทางเดินของรถForklift, กําหนดทางเดินพนักงาน (Walkway) และการติดตามเฝ้าระวัง
 

คะแนนหนังสือ :
  ให้คะแนน
แสดงความเห็น
หัวข้อ
รายละเอียด
 
 
 
     แสดงความเห็น

10.7.100.10